Take a break in Seoul: Day 1 & 2

posted on 24 Mar 2012 21:49 by bluepinch in MeAndMyLifeStyle directory Travel

Take a break in Seoul

มาอีกแล้วคร้าบ......ทริปสำนึกรักบ้านเกิด กลับไปแอ่วโซล เนื่องจากคันไม้คันมือ อยากไปพักผ่อนที่ไหนสักที่ จริงๆ แล้ววางแผนเที่ยวเองมาหลายทริปเลยคะปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง ญี่ปุ่น แต่มาลงตัวที่เกาหลีบ้านเกิด ด้วย เหตุผลก็คือ เวลา สมาชิกที่จะไป และ ค่าใช้จ่ายนั่นเอง

คราวนี้ก็เลยได้ไปปิ๊กบ้านเกิดอีกรอบ (เป็นอีกคนนึงที่ไปเกาหลีได้ไม่มีเบื่อ) แต่เพื่อนสาวที่ไปด้วย ไม่ซ้ำหน้ากับทริปที่แล้วนะค่ะ (เราเลยต้องเป็นไกด์จำแลงให้เพื่อนไปกลายๆ เพราะข้าน้อยเคยมาแล้ว)

คราวนี้เราจะไปอยู่ที่นั่น 5 วัน 4 คืน กะว่าจะพักผ่อน ชิวๆ ให้คุ้ม จองตั๋ว ได้ที่พัก พร้อมออกเดินทาง

Day 1: March 2012    

Check-in สนามบินสุวรรณภูมิ เคานเตอร์สายการบิน Korean Air (KE 660: 01.45 – 09.00) จริงๆอยากได้ไฟส์เร็วกว่านี้ แต่ตั๋วมันเต็มแล้ว อาจเพราะเราตกงลงเรื่องทริปกันช้าไปหน่อย เล่นจองประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนออกเดินทาง เลยได้ไฟส์สายแทน แต่ไม่เป็นไรเพราะดีต่อการฝากกระเป๋าที่ Guesthouse ด้วย

กะว่าจะไปถึงสนามบินประมาณ 23.00 เพราะอยากนอนเอาแรงเล็กน้อยสักหน่อย พอสัก 22.00 มะม๊าเตือนก่อนออกจากบ้านว่าให้รีบไปเพราะแถว ตม. ยาวนะ แต่ก็เรื้อนกันนิดนึง ว่ามันจะยาวแค่ไหน ไปถึงประมาณ 22.30 แต่ก็แอบตกใจเล็กน้อย เพราะเดินตั้งแต่ต้นแถวจนปลายแถวแบบไกลมาก สรุปก็คือพยายามใจเย็น และ เลื้อยไปเรื่อยๆ เรายังมีเวลาอีกเยอะ มีทั้งบ่นกันเองจนเบื่อ และ ควัก IPhone มานั่ง Whatapps บ่นกับคนอื่นๆ รวมระยะเวลาเลื้อยไปมาก็ประมาณ 1 ชั่วโมงพอดี กว่าจะได้เจอกับ ตม. เซ็งกันนิ๊ดๆๆ (แอบนอย ว่าเวลาเราไปประเทศคนอื่นก็รู้สึกกระเหรี่ยงพออยู่แล้ว Alien เข้าเมืองต้องต่อแถวยาวๆ เวลาอยู่เมืองไทยก็ภูมิใจนิดนึงว่า ต่อแถว Thai Passport เร็วจริงอะไรจริง แต่พอมามุข ตม. ขาออกคราวนี้ เล่นเอาเซ็งเลย ถึงแม้แถวจะยาวแค่ไหน แต่แถว Thai Passport หายไปไหนคะ?? ถึงคุณจะอ้างว่ากำลังก่อสร้าง แต่อย่างน้อยก็ควรมีแถวเฉพาะให้คนไทยไม่ได้หร่อ (กรมศุลฯ หรือ กระทรวง ตปท. เขาจะมาเล่นงานฉานไหมเนี่ย >_<""")

เดิน window ช้อปปิ้งกันเบาๆ แต่กะว่าจะไม่ซื้ออะไรขาออก แต่มี List มาซื้อของขากลับนิดหน่อยให้ญาติๆ เช็คราคาของแล้วก็คำนวนว่าที่ไหนถูกกว่า text บอกญาติๆ แล้วก็ไปนั่งชิวกินอะไรนิดๆหน่อยๆ ก็ได้เวลาขึ้นเครื่องพอดี   

Day 2: March 2012

เวลาเครื่องของ Korean Air ตรงเวลามากค่ะประมาณ 01.45 เราก็เหินฟ้าไปตามอัธยาศัย ดูหนังฟังเพลง ไม่ได้นอนสักนิดเพราะนอนไม่หลับ เนื่องจากแอบงีบไปตั้งแต่กลับมาจาก Office เลยจัดหนังไป 2 เรื่อง

ประมาณเวลา 09.00 เราก็มาถึงสนามบินอินชอนที่รัก ที่ปีนึงเราจะแวะมาทักทายปีละหน ไม่ว่าจะมา Seoul หรือ ใช้เธอเป็นทางผ่านไปที่อื่น นำท่านผ่านเข้าด่านตรวจคนเข้าเมืองที่วันนี้เข้าง่ายแสนง่าย เปิด passport ประทับตา ยึ้มหวานนึงที ไปนั่งรอรับกระเป๋ายังนานกว่า พอกระเป๋ามาพวกเราก็ควักอุปกรณ์ป้องกันหนาวมาสวมใส่กันสุดฤกษ์ วันนี้ท้องผ้าแจ่มใสอากาศ 1 องศาเซลเซียสเท่านั้นเอง (ชอบอากาศหนาวค่ะ เมืองไทยหมู่นี้อากาศร้อนมาก เลยหนีมาพึ่งไอเย็นจากแถวนี้แทน)

จากนั้นคณะเราก็ไปซื้อตั๋วรถ Airport Bus Limousine สาย 6015 เราจะได้ชมวิวข้างทาง ก่อนเข้าเมืองโซลสมกับที่เป็น Morning Clam แห่งเอเชีย (Copy ทัวร์มาค่ะ) วันนี้รถขับผ่านสะพานแดงเราเลยแชะรูปมานึงที คราวทีแล้วเห็นใช้อีกเส้นนึงที่จะผ่าน National Assembly แต่คราวนี้มาใช้ Highway อีกฝั่งของแม่น้ำแทน

ประมาณเวลา 11.30 รถบัสเราก็เลื้อยมาถึงป้าย Sejong Hotel จุดมุ่งหมายของเราก็คือ Check in และทึ้งกระเป๋าเอาไว้ที่ Guesthouse ย่านเมียงดง วันนี้เรามีโอกาสพักที่ Guesthouse ในดวงใจของหลายๆท่าน (สงวนนามดีกว่า กลัวเขาฟ้องเอา) จากนั้นเราก็ไปรับประทานอาหารเช้าสไตส์เกาหลีที่ร้านประจำ ร้านเดิม ฝากท้องไว้ทุกเช้า ทุกครั้งที่มากันเลย เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้องค่ะ อร่อยมากๆสมกับที่รอมานาน

หลังจากทานอาหารเสร็จเราก็นั่งรถไฟไป พระราชวังเคียงบ๊อก เพื่อเดินเที่ยวชมพระราชวังเคียงบ๊อก และ เดินไปเที่ยวชม Blue House จากด้านนอกเหมืนเดิม (รายการนี้เอาใจเพื่อนที่ไม่เคยมา แต่ฉันมาแล้ว แต่มาอีกก็ได้ เลยต้องทำหน้าที่เป็นตากล้องไป)

ตอนไปถึงโชคดีมากๆ เพราะมีการเปลี่ยนเวรยามพอดี เลยได้เก็บภาพบรรยากาศมานิดหน่อย และก็ชื่นชมสถาปัตยกรรมของเขา ที่ชอบก็คือในหน้าหนาวที่นี่จะมีการเอาฟางมาคุมเพื่อให้ความอบอุ่นกับต้นไม้ด้วย (ก็อากาศมันหนาวจริงๆน้า)

จากนั้นเราก็เดินลัดเลาะกำแพงจากพระราชวังไปยังย่าน Art Gallery สถานที่ชิวๆแนวของชาวเกาหลี ย่าน Samcheongdong-gil ที่อยู่ใกล้ๆกัน เป็นย่านที่เราชอบเป็นทุนเดิม เพราะชิวได้ใจ และ ได้ไอเดียการแต่งร้านใหม่ๆดี ซึ่งมาคราวนี้รู้สึกมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเหมือนกัน นั่นคือร้านเก่าบางร้านหายไป มีร้านใหม่มาแทนที่ วันนี้ย่าน Samcheongdong-gil ประชาชนเกาหลีแอบเยอะมากๆ น่าจะเพราะเป็นวันเสาร์ด้วย

หลังจากเดินชิวๆ สำรวจตลาดกันสักพัก วันนี้มีแผนว่าช่วงบ่ายแก่แบบนี้ จะไปเดินแถว Hongdae หรือ Hongik University เพื่อเดินเที่ยวชม Free Market เพราะไม่เคยมา และช้อปปิ้งสไตส์วัยรุ่นๆย่านเด็กมหาลัย (แก่แล้วไม่เจียมค่ะ) ซึ่งเราก็แวะไปเดิน Free Market นิดนึง ออกแนวงาน Gift ที่ศิลปากร ซึ่งเด็กๆที่นี่ก็ให้ความสนใจกันเยอะ มาเดินเที่ยวกันมาก เราก็เข้าออกร้านนี้ เจอร้าน Artbox ที่เห็นมีคนเคยรีวิวไว้ ก็เข้าไปดูสักหน่อย ถ้าใครชอบน้องเหมียวน่าจะชอบกระเป๋าร้านนี้นะคะ มีเด็กเกาหลีคนนึงกำลังเลือกลายอยู่ เราเห็นก็แอบเสียทรัพย์ไปเหมือนกัน

 

เนื่องจากเดินย่าน Hongdae กันจนเมื่อยๆมาก ประกอบกับอาการอดหลับอดนอนที่เริ่มกำเริบ พวกเราจึงคิดว่าจะหาที่นั่งชิว เพื่อนสาวอยากไป Hello Kitty Cafe เราก็จัดไป กะว่าวันนี้จะไปลองเมนูใหม่ เพราะคราวที่แล้วเมนูที่สังแทบจะดื่มไม่ลง วันนี้เลยจัด Green Tea Latte ไป ได้โฟมน้อง Kitty มาปลอบใจคราวที่แล้วเรียบร้อย ดื่มด่ำพักขากันไป วันนี้ที่ Cafe คนเยอะมากถึงมากที่สุด แถมเปิดฮีตเตอร์ได้แรงมาก พวกเรานั่งไปก็เริ่มถอดทีละชิ้นจนเกือบหมดตัว พอก่อนลุกเลยย้ายไปนั่งข้างนอกขอลมหนาวหน่อยเหอะ ข้างในยังกะอยู่ซาวน่า

ได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง ก็ตัดสินใจว่าจะไปกินมื้อเย็นแถวเมียงดงดีกว่า เอาของไปเก็บด้วย ตอนที่รอรถไฟอยู่ที่สถานี Hongdae ก็กะว่าจะถ่ายบรรยากาศนิดหน่อย พอดีมีหนุ่มเดินผ่านมาพอดี เขาก็หันมามองเขินๆเหมือนประมาณ แอบถ่ายผมหร่อ!!

ตอนแรกนึกว่าเพราะหน้าหนาวที่นี่พระอาทิตย์จะตกเร็วเหมือนที่อื่น แต่กว่าจะตกก็เกือบเลย 6 โมงไปแล้วเหมือนธรรมดา พวกเราก็เลยไปเดินเล่นพักผ่อนสบายๆ ย่าน Myeongdong พอจะหาข้าวเย็นกิน เดินไปร้านไหนก็เต็มเกือบหมด หรือ ไม่ก็ต้องรอคิว สุดท้ายมาได้ร้านหมูย่าง (ที่พี่เจนนี่เคยทำรีวิวไว้) ก็เลยจัดไปที่ร้านนี้ อร่อยง่ำๆๆ ชอบกินร้ายใหม่ๆ และเก็บไว้ใน List วันนี้เหนื่อยๆ ก็จัดนมกล้วยไป ก่อนกลับเข้าสู่ที่พัก

Comment

Comment:

Tweet